วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9
วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

         อาจารย์ให้ฟังนิทานจาก Ebook

        เทคนิคการเล่านิทาน

1. ควรทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่องนิทานที่จะเล่าเสียก่อนโดยจินตนาการออกมา
เป็นภาพอ่านเรื่องช้าๆ เพื่อจับใจความ
2. ควรเลือกคำที่เป็นคำง่ายๆ ที่เด็กฟังหรือนึกออก เป็นภาพในจินตนาการได้
3. เมื่อในเนื้อเรื่องมีตัวละครคุยกันให้ใช้บทสนทนา เพราะทำให้เด็กตื่นเต้นกว่า
4. เริ่มต้นเรื่องให้ดีเพื่อเรียกร้องความสนใจ พยายามหลีกเลี่ยงการบรรยายและ
การอธิบายที่ไม่จำเป็น
5. การเล่าเรื่องควรใช้เสียงแบบสนทนากัน คือ ช้า ชัดเจน มีหนักเบา แต่ไม่ควรมี
เอ้อ อ้า ที่นี้
6. ขณะที่เล่านิทานควรจับเวลาให้ดี เว้นจังหวะตามอารมณ์ของเรื่อง เช่น ถ้าเนื้อเรื่อง
มีสิ่งเร้าใจก็พูดให้เร็วขึ้นทำท่าจริงจัง
7. นิทานที่นำมาเล่าให้ยาวพอๆกับระยะความสนใจของเด็กคือ ประมาณ 15–25 นาที
สำหรับเด็กประถมศึกษา หรือเป็นคำก็จะประมาณ 1,000 คำ

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8
วันพฤหัสบดี ที่26 พ.ศ. 2555


- วันนี้อาจารย์ได้ตกลงเรื่องการแต่งกายมาเรียน โดยที่อาจารย์ได้พูดว่า "เครื่องแบบไม่ได้ทำให้พัฒนาสมองให้ดีขึ้น แต่เครื่องแบบเป็นการสท้อนถึงองค์กร
- อาจารย์เอารูปที่เด็กวาดด้วยคอมพิวเตอร์มาให้ดู แล้วให้ดูว่า รูปนี้บอกอะไรกับเราได้บ้าง

1. นึกถึงคำหรือภาษาที่เด็กใช้

2. การวาดภาพเห็นถึงพัฒนาการทางกล้ามเนื้อมือ - ตา เพื่อเตรียมการเรียน

3. ได้เห็นถึงความต้องการของเด็ก เพื่อให้เชื่อมโยงกับสถานการณ์

4. การเขียนตัวหนังสือ สามารถเขียนมีหัวได้ถูกต้อง

5. การเขียนชื่อตัวเองได้

6. การสอนเรื่องการลงท้าย ครับ ค่ะ

รูปเด็กอนุบาล 4 คน กำลังใช้ภาษาสื่อสารกัน

- มนุษย์ใช้การสื่อสารระหว่างกันด้วยวิธีการหลายรุปแบบ วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การใช้ภาษาพุดและการเขียน การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาดังกล่าว จะช่วยให้เด็กเข้าใจและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น ตลอดจนการแสดงออกถึงความต้องการส่งและรับข่าวสาร การแสดงออกถึงความรู้สึกและการเข้าใจผู้อื่น

- ฟังและพูด โดยไม่ต้องอาศัยการสอนอย่างเป็นทางการ การที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางภาษาจะทำให้เด็กเข้าใจ และใช้ไวยากรณ์พื้นฐานของภาษาแม่ เมื่ออายุได้ 4 หรือ 5 ปี

- สิ่งที่ครูสอนเด็กปฐมวัยจะต้องตระหนัก และมีความรู้เพื่อนำไปใช้ในการช่วยพัฒนาการทางภาษาของเด็ก ก็คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาทั้งในด้านภาษาศาสตร์ ด้านการนำไปใช้ ตลอดจนแนวปฏิบัติในการจัดประสบการณ์ทางภาาาให้แก่เด็ก

บลูและลาเฮย์ ให้ความหมายของภาษา 3 ประการ

1. ภาษาเป็นสัญลักษณ์หรือรหัส "เด็ก กิน ขนม"

2. ภาษาเป็นสัญลักษณ์ของมโนมิติเกี่ยวกับโลก หรือ ประมวลประสบการณ์

3. ภาษาเป็นระบบ ภาษาเป็นระบบกฎเกณฑ์ที่ค่อนข้างจะคงที่ เช่น มีคำที่เป็นประธาน กริยา กรรม

กำชัย ทองหล่อ " ภาษาแปลตามรูปศัพท์ "

วิจินตน์ ภานุพงษ์ " เสียงที่มีระบบทำให้เราใช้สื่อสารกัน "


สรุป ภาษา คือ สัญลักษณ์ที่มนุษย์ในสังคมหนึ่งๆ สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน



บันทึกการเรียนครั้งที่ 7

บันทึกการเรียนครั้งที่7
วันอาทิตย์ ที่22 มกราคม พ.ศ. 2555(เรียนชดเชย)

-วันนี้อจารย์ได้เปิดวีดีโอจากเวปไซต์โทรทัศน์ครูให้นักศึกษาดู เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์ของเด็กปฐมวัย โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน(เรื่องหนูน้อยหมวกแดง)


การเล่านิทานเขาจะใช้เทคนิคในการเล่าโดยร้องเพลงะเป็นขั้นนำก่อนเล่านิทาน

และอาจารย์ได้พูดถึงกิจกรรมหลัก และอาจารย์ได้ถามว่าเราจะบูรณาการออกแบบกิจกรรมได้อย่างไร? กิจกรรมสร้างสรรค์ทำให้เด็กรู้จัก ตัวละคร ฉาก และรู้จักลำดับเหตุการณ์ บทบาทครูต้องสนับสนุนเด็กให้กำลังใจเด็กเสมอ

อาจารย์ได้ใให้นักศึกษาไปหาความหมาย

ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา คืออะไร

และ ให้วิเคราะห์การใช้วรรณกรรมเป็นฐาน

สมัครโทรทัศน์ครูแล้วลิงค์เรื่องที่เกี่ยวกับภาษาลงบล็อค

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่6

วันพฤหัสบดีที่12 มกราคม พ.ศ.2555 
        
        -ในการเรียนการสอนวันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษา  Present   Powerpoint ที่นักศึกษาไปเล่านิทานให้เด็กฟัง 


อาจารย์ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่กลุ่มดิฉันคือ 

บันทึกการเรียนครั้งที่5

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม  พ.ศ.2555

-วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทำ Powerpoint  เกี่ยวกับนิทานที่นักศึกษาไปเล่าให้เด็กฟังแล้วนำเสนอสัปดาห์ถัดไป
-สิ่งที่ดิฉันค้นคว้าเพิ่มเติมในวันนี้

          วิธีการเล่านิทานหรือเรื่องราวสำหรับเด็ก
     เมื่อเลือกนิทานหรือเรื่องราวที่เหมาะสมกับวัยของเด็กได้แล้ว วิธีการเล่านิทานหรือเรื่องราว เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจ ติดตามฟังเนื้อเรื่องจนจบ จำเป็นต้องทำให้เหมาะสมกับเรื่องที่จเล่าด้วย การเล่านิทานที่นิยมมี 2 วิธี ดังนี้
     1. การเล่าเรื่องปากเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ : เป็นการเล่านิทานด้วยการบอกเล่าด้วยน้ำเสียงและลีลาของผู้เล่า ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
การขึ้นต้นเรื่องที่จะเล่า ควรดึงดูดความสนใจเด็ก โดยค่อยเริ่มเล่าด้วยเสียงชัดเจน ลีลาของการเล่าช้าๆ และเริ่มเร็วขึ้น จนเป็นการเล่าด้วยจังหวะปกติ
เสียงที่ใช้ควรดัง และเป็นประโยคสั้นๆได้ใจความ การเล่าดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ควรเว้นจังหวะการเล่านิทานให้นาน จะทำให้เด็กเบื่อ อีกทั้งไม่ควรมีคำถาม หรือคำพูดอื่นๆที่เป็นการขัดจังหวะ ทำให้เด็กหมดสนุก

การใช้น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง แสดงให้สอดคล้องกับลักษณะของตัวละคร ไม่ควรพูดเนือยๆ เรื่อยๆ เพราะทำให้ขาดความตื่นเต้นอุ้มเด็กวางบนตัก โอบกอดเด็กขณะเล่า หรือถ้าเล่าให้เด็กหลายคนฟัง อาจจะนั่งเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสายตาเด็ก
ใช้เวลาในการเล่าไม่ควรเกิน 15 นาที เพราะเด็กมีความสนใจในช่วงเวลาสั้น
ให้โอกาสเด็กซักถาม แสดงความคิดเห็น
    2. การเล่าเรื่องโดยมีอุปกรณ์ช่วย เช่น สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กเช่น สัตว์ พืช , วัสดุเหลือใช้เช่น กล่องกระดาษ กิ่งไม้,ภาพ เช่นภาพพลิก หรือภาพแผ่นเดียว ,หุ่นจำลอง ทำเป็นละครหุ่นมือ, หน้ากากทำเป็นรูปละคร ,นิ้วมือประกอบการเล่าเรื่อง





วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

วันพฤหัสบดี ที่ 29 เดือนธัวาคม  พ.ศ. 2554


-วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทุกคนส่งงานที่ได้รับมอบหมายและให้นักศึกษาไปดูกิจกรมวันปีใหม่ของเด็กๆที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม สัปดาห์หน้าให้นักศึกษา Present งานของตัวเองที่ได้ไปเล่านิทานให้น้องฟังแล้วทำเป็น power point แล้วเขียนใส่กระดาษด้วยว่าถามน้องอะไรบ้างและน้องตอบว่าอะไรบ้าง
-วันนี้อาจารย์ให้เขียนภาษาถิ่นของแต่ละคนว่าแตกต่างต่างกันอย่างไรแล้วเขียนส่งอาจารย์